Exotic Musicians Club
EXOTIC MUSICIANS CLUB


Exotic Musicians Club


Web Board
Story :
วิถีอิสระ 
 

พันธกิจของนกเพลงพื้นถิ่น กับการสร้างสิ่งจำเป็นเพื่อสาธารณะ...

ส้วมหนังสือ

เรื่องราวชวนยิ้มเย้ยของนักดนตรีกลุ่มหนึ่ง อาทิ นายตุด (นักร้องเสียงดัง) รุงรัง (มือกลองพุงกลม) นายแอด (ชายผมยาว) ทหารชา (มือเพอร์คัสชั่น) ทหารเล็ก (มือคีย์บอร์ด) สุราษฎร์ (ราษฎรที่ดี) เป็นต้น กับแฟนเพลงกลุ่มน้อยที่ค่อยเดินไปตามเรื่องอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เช่น ผู้ใหญ่ต้อย นายหัวโต กับจิ๊กโก๋คอสะพาน ผู้คอยสืบสานสาระส้วม! แด่ชุมชน...

บันทึกจากคอลัมน์ “วิถีอิสระ” ประจำหนังสือพิมพ์ “ทางไท” โดย สุเมธ สอดจิตต์

 
 
เพิงใบตอง
บันทึกเพลงทักษิณ
Musicians Memory
Travel Music
Musicians File
Musicians Club
อันดามันรำลึก
 
Ads :
 
 
 
 
Links :
JOB 2 DO
มรดกใต้ดอทคอมหนังตะลุง
พัทลุง.คอมเมืองลุงดอทคอม
ตัวหนอนดนตรี - อิสระตามวิถี เสรีตามความคิดมูลนิธิดอกไม้และนกกระดาษเพื่อสันติภาพ
ทิดโส โม้ระเบิดดีฆอลาฆู
หนังสือพิมพ์ทางไทวิถีนักเพลง
นครทูเดย์.คอมดินแดนคอเพลงเพื่อชีวิต
Special Thanks :
>> เบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช
Travel Music

แจ๊กส์.. เฟสติวัล
โดย : สุเมธ สอดจิตต์

พิมพ์ครั้งแรก RESOUND MAGAZINE เดือน สิงหาคม พ.ศ.2546 คอลัมน์ What When Where? นามปากกา NEO - HIPPIE

ไปไกลสุดตา
โดย : สุเมธ สอดจิตต์

พิมพ์ครั้งแรก RESOUND MAGAZINE เดือน สิงหาคม - ตุลาคม พ.ศ..2546 คอลัมน์ บินไปตามเพลง นามปากกา กางเขนเดี่ยว

๑ คนธรรพ์ ชาวสวรรค์พวกหนึ่ง เป็นบริวารของท้าวธตรฐ มีความชำนาญในวิชาดนตรีและขับร้อง

๒ เพลโต ปรัชญาเมธีเพลโต ( PLATO ) เกิด พ.ศ.๑๑๖ ถึงแก่กรรม พ.ศ.๑๙๖ เป็นศิษย์ของโสเครติสท่านได้ศึกษาการเมืองและปรัชญาจนเห็นถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองสาขาวิชา ซึ่งจะแยกออกจากกันไม่ได้ ท่านได้ตั้งสำนักศึกษา อคาเดมี (Academy) ต่อมาได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลก

๓ หลีเป๊ะ เกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ใต้สุด และไกลสุดของหมู่เกาะทั้งหลายทางฝั่งทะเลอันดามัน อยู่ในหมู่เกาะอาดัง – ราวี ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล หลีเป๊ะ หรือ ลิเป๊ะ เป็นชื่อเรียกของชาวเล แปลว่า “ไกลสุดตา” หรือ “บาง”

๔ ชาวเล ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ตามเกาะ ชายหาด หรือชายฝั่งทางตอนใต้ด้านทะเลอันดามัน หากินอยู่กับท้องทะเล มีเรือต่างบ้าน บางครั้งขึ้นมาอาศัยบนบกเพื่อหลบพายุหน้ามรสุม โดยสร้างเพิงพักขนาดเล็ก ๆ อยู่ใกล้ทะเล มีวัฒนธรรมตลอดจนธรรมเนียมประเพณีเป็นของตนเอง ชาวเล มีภาษาพูดแต่ไม่มีตัวอักษรสำหรับเขียน เป็นกลุ่มที่รักอิสระ รักสงบ ชอบเร่ร่อนท่องท้องทะเลตามเกาะแก่งต่าง ๆ คำ “อุรักลาโว้ย” หรือ “โอรังลาโวด” เป็นชื่อเรียกภาษาถิ่นของพวกเขา

๕ บุโรพุทโธ พุทธศาสนสถาน นิกายมหายาน ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย หลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของอินเดียด้านการค้า ศาสนา และวัฒนธรรมที่เผยแพร่เข้าสู่แหลมมะละกา

๖ ซาไก ชนพื้นถิ่นดั้งเดิม อาศัยอยู่ตามป่าเขา ในเขตจังหวัดพัทลุง สตูล สงขลา ยะลา และนราธิวาส มีรูปร่างล่ำสันแข็งแรง ไม่อ้วนท้วน มีผิวคล้ำดำแดง ผมหงิกงอยาวจนขมวดเป็นจุดกลม หน้าสั้น ฟันขาว คางใหญ่ ริมฝีปากหนา นัยน์ตาพอง ท้องยาว น่องเรียวงาม มีความสูงระหว่าง 120 - 140 เซนติเมตร พวกเขาเรียกตนเองว่า “โอรังดารัต” หรือ “โอรังบูเกต” ซึ่งแปลว่า “คนของแผ่นดิน” หรือ “คนอยู่ตามภูเขา” คำว่า “บูเกต” แปลว่า “ภูเขา” ผู้รู้ทางมานุษยวิทยาจัดให้ซาไกอยู่ในเชื้อสายดราวิโอ – ออสเตรเลียน ( Dravido Australian race ) หรือตระกูลออสโตรเอเชียติค ( Austro – Asiatic family )

๗ เซียมัง ( Semang ) ชนพื้นถิ่นดั้งเดิม มีรูปร่างสูงกว่าซาไกเล็กน้อย ผิวคล้ำดำแดง หน้าเสี้ยม นัยน์ตาโตมีอำนาจมองไกลเป็นพิเศษ จมูกบานได้กลิ่นไว คางนุ่ม เส้นผมอ่อน หงิกงอเป็นลอนแห้ง มีความคล่องแคล่วว่องไว มือเท้าเร็ว เดินทางเก่ง กระโดดไกล ปีนต้นไม้ได้รวดเร็ว มีชีวิตความเป็นอยู่และขนบธรรมเนียมคล้ายคลึงพวกซาไก แต่ชอบอยู่ตามป่าลึก และเนินเขาสูง ลมสงบ ใกล้กับต้นน้ำลำธาร นักวิชาการหลายท่านลงความเห็นว่า เซียมังสืบเชื้อสายมาจากพวกนิกริโต ( Negrito ) ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกันกับพวกนิโกรในอาฟริกา

๘ กาฮาซี หรือพวกยักษ์ มีรูปร่างสูงใหญ่ บึกบึน หน้ากว้าง ฟันแหลม นัยน์ตาโปนขาว ผิวกายดำแดง ผมหยิก จมูกโต นิสัยป่าเถื่อนโหดร้าย ชอบรับประทานเนื้อสัตว์ดิบ ๆ และเนื้อมนุษย์ ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปสิ้น

๙ เพลงรองเง็ง เพลงพื้นบ้านที่นิยมร้องเล่นกันในหมู่ชาวไทยมุสลิมในจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคใต้ หรือชาวไทยเชื้อสายมลายู เดิมร้องเป็นภาษาพื้นเมืองมลายู ต่อมาได้มีการแต่งเนื้อร้องเป็นภาษาไทยแต่ทำนองยังเป็นมลายู รูปแบบสเกลส่วนใหญ่จะเป็นฮาร์โมนิคไมเนอร์ การร้องและการเล่นจะจัดเป็นคณะเช่นเดียวกับคณะรำวง มีเครื่องดนตรีประกอบคือ ไวโอลิน แมนโดลิน แอคคอร์เดียน บาราคัส ฆ้อง และกลองรำมะนา รูปแบบการผสม

๑๐ สีสันของแดด เป็นคำจากปกหนังสือของ ”รงค์ วงษ์สวรรค์” ในหนังสือชื่อ “หงา คาราวาน เงา - - สีสันของแดด”

๑๑ เพลงชาน้อง เพลงกล่อมเด็กของทางภาคใต้ ใช้ขับเห่กล่อมน้องนอน ส่วนมากจะขับเพลงชาน้องโดยแม่ พี่สาว หรือคนเฒ่าคนแก่ โดยผูกเปลแล้วคอยร้องเห่ไกวเกวอยู่เคียงข้าง เด็กใต้โดยทั่วไปผ่านการนอนเปล ลักษณะใช้ผ้าถุงผืนใหญ่ ผูกเชือกหัว – ท้ายคล้ายลำเรือ จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเพลงร้องเรือ

๑๒ ฉันทลักษณ์เพลงชาน้อง หรือ เพลงร้องเรือ ของทางภาคใต้ส่วนมากจะใช้รูปแบบของกลอนสี่

๑๓ “หุบเขาฝนโปรยไพร” หนังสือบันทึกเชิงทัศนะ ว่าด้วยวิถีชีวิตผู้คนที่ผูกพันอยู่ท่ามกลางแวดล้อมขุนเขา ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เขียนโดย กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนซีไรต์ ปี พ.ศ.2539

๑๔ หาญทะเล และ ทะเลลึก เป็นนามสกุลพระราชทานจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงพระราชทานนามสกุลให้ ชนเผ่าซาไก ในอำเภอธารโต จะหวัดยะลา ว่า “ศรีธารโต”

๑๕ โต๊ะฆีรี เป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรก ๆ ซึ่งนับเป็นบรรพบุรุษของชาวเลที่เกาะหลีเป๊ะ เป็นคนที่มีความรู้ เชี่ยวชาญทางคาถาอาคม จึงได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำ ชาวเลทุกคนให้ความเคารพนับถือมาก เมื่อท่านถึงแก่กรรมแล้ว ก็มีการแกะสลักรูปทวดโต๊ะฆีรีด้วยไม้ วางอยู่ในศาลาขนาดเล็ก ซึ่งเรียกว่า “หลาทวด”

๑๖ พิธีลอยเรือ เป็นพิธีที่จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 และเดือน 11 ชาวเลเชื่อว่าการทำพิธีนี้จะนำเคราะห์ร้าย ความเจ็บไข้ออกไปจากเกาะ ก่อนทำพิธี ชาวเลจะนำสิ่งต่าง ๆ เช่น เล็บ ผม เงิน ข้าวตอก ของหวาน หมากพลู ไม้ขีด ฟืน และรูปคนสลักจากไม้มาใส่ในเรือซึ่งทำจากไม้ระกำ พิธีลอยเรือจะทำกัน 3 วัน คือ
    วันขึ้น 13 ค่ำ เป็นวันเตรียมงาน มีการทำความสะอาดหลาทวด มีโต๊ะหมอเป็นผู้ทำพิธีจุดธูปเทียนอธิษฐาน และมีการเต้น “ลงปง” คือการเต้นรำเป็นรูปวงกลม รอบ ๆ บริเวณหลาทวด เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการเต้นรำ คือ รำมะนาและไวโอลิน
    วันขึ้น 14 ค่ำ มีการเตรียมต่อเรือด้วยไม้ระกำจนเสร็จ นำเรือไปวางไว้เพื่อทำการสวด “สลาวะ” ใช้ภาษาอาหรับและภาษามลายูในการสวด กลางคืนมีการเต้นรำฉลองเรืออย่างครึกครื้น
    วันขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันลอยเรือ ชาวเลมาพร้อมกันที่ชายหาดในตอนย่ำรุ่ง อธิษฐานและช่วยกันหามเรือไปปล่อยลงทะเล ทำพิธีลอยเรือ มีการเตรียมน้ำ เรียกว่า “น้ำบุญ” มาอาบ ดื่ม ลูบหน้า หลังเสร็จจากการอาบน้ำบุญแล้ว เป็นอันเสร็จพิธีลอยเรือ

๑๗ เพลงลาฆูดูวอ แปลว่า “เพลงสองจังหวะ“ เป็นเพลงรำเท้า 2 จังหวะ

๑๘ หัวย่านาง ผีผู้หญิงที่รักษาเรืออยู่ตำแหน่งหัวเรือ ชาวประมงจะเซ่นไหว้ทุกครั้งก่อนออกหาปลา และไม่เดินข้ามหรือเดินเหยียบในตำแหน่งนี้

๑๙ หวายลิง หวายชนิดหนึ่ง ชาวประมงใช้ทำเป็นของขลัง คาดรอบสะเอว เชื่อว่าใช้ป้องกันผีพราย

๒๐ ผีพราย ผีชนิดหนึ่งที่สิงสถิตในห้วงน้ำ

๒๑ บันทึกเพลง”จิบน้ำชาอุ่น”
      กุมภาพันธ์ 2545 : บ้านปากนคร
      กุมภาพันธ์ 2546 : ดาดฟ้าตึกชรา - รังสิต
      แด่ : ความโดดเดี่ยวที่เกาะไกลสุดตา
เต็มดวงที่ไม่เต็มจันทร์
โดย : สุเมธ สอดจิตต์
พิมพ์ครั้งแรก RESOUND MAGAZINE เดือน กันยายน พ.ศ.2546 คอลัมน์ What When Where? ในชื่อเรื่อง Full Moon Party Of No Full Moon : At Pha – Ngan Island นามปากกา ฮิปปี้ยุคใหม่

เชียงใหม่คืนเดียว
โดย : สุเมธ สอดจิตต์
พิมพ์ครั้งแรก RESOUND MAGAZINE เดือน ตุลาคม พ.ศ.2546 คอลัมน์ What When Where? ในชื่อเรื่อง One Night In Chiang - Mai นามปากกา ฮิปปี้ยุคใหม่

เพลงจากป่าฝน
โดย : สุเมธ สอดจิตต์
พิมพ์ครั้งแรก RESOUND MAGAZINE เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2546 – มกราคม พ.ศ..2547 คอลัมน์ บินไปตามเพลง นามปากกา กางเขนเดี่ยว