Exotic Musicians Club
พันธกิจของนกเพลงพื้นถิ่น กับการสร้างสิ่งจำเป็นเพื่อสาธารณะ...
ส้วมหนังสือ
เรื่องราวชวนยิ้มเย้ยของนักดนตรีกลุ่มหนึ่ง อาทิ นายตุด (นักร้องเสียงดัง) รุงรัง (มือกลองพุงกลม) นายแอด (ชายผมยาว) ทหารชา (มือเพอร์คัสชั่น) ทหารเล็ก (มือคีย์บอร์ด) สุราษฎร์ (ราษฎรที่ดี) เป็นต้น กับแฟนเพลงกลุ่มน้อยที่ค่อยเดินไปตามเรื่องอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เช่น ผู้ใหญ่ต้อย นายหัวโต กับจิ๊กโก๋คอสะพาน ผู้คอยสืบสานสาระส้วม! แด่ชุมชน...
บันทึกจากคอลัมน์ วิถีอิสระ ประจำหนังสือพิมพ์ ทางไท โดย สุเมธ สอดจิตต์
Yofarth in the Ghost House โดย : สุเมธ สอดจิตต์ พิมพ์ครั้งแรก RESOUND MAGAZINE ประจำเดือน มกราคม 2547 คอลัมน์ What When Where ? นามแฝง NEO - HIPPIE
ผมชอบเดินทางหาเรื่อง เมื่อได้เรื่องแล้ว ก็เอามาทำให้เป็นเรื่อง ทุกๆ เรื่องเสมือนความจริงแท้ แต่คุณไม่ต้องเชื่อ เพราะมันเป็นเพียงนวนิยาย หรือคล้ายสารคดีผสมพันธุ์กับเรื่องสั้น บางครั้งสิ่งที่ผมได้เจอ คุณอาจมองว่าไม่เห็นเป็นแก่นสารใด ใช่แล้ว เพราะเราอยู่ในสังคมที่คนไม่สนใจใคร ฉะนั้นคุณอย่าถือเป็นสารัตถะในการดำเนินชีวิตอะไรเลย มันจะทำให้คุณดูเศร้า เหงาเงียบ สงสารอย่างจับใจ หรือหัวเราะร่าขณะปาดน้ำตาหลั่ง เหล่านั้นอาจจะส่งผลเคียงข้าง กระเทือนต่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างหนัก เพื่อสร้างประเทศที่ดีตามนโยบายหลักของท่านผู้นำที่เก่งกาจเหมือนเทวดาไปเปล่าๆ ปล่อยให้เรื่องพวกนี้เป็นเพียงชิ้นส่วนหนึ่งของคนตกขอบ แหกขอบ หรือล้นขอบของสังคมที่เจริญโคตรนี่เถอะ! ถ้าคุณกลัวผี! คุณยิ่งไม่ควรหลงเข้ามาสัมผัส เพราะผมกำลังจะพูดถึงเรื่องจริงของคนที่ทำงานร่วมกันกับผี! อยู่กับผีทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่เหมาะสมกับโลกมนุษย์ของคุณที่สูงส่งด้านวัตถุเกินคาด จนนึกไม่ออกว่าโลกนี้ยังมีฉากชีวิตหนึ่งของคนที่ทำงานด้านจิตวิญญาณ และต้องอยู่ร่วมกันกับผี! พวกเขาสุมหัวที่บ้านหลังนั้น หรือจะใช้ภาษาลูกเสือว่า รวมกอง อยู่ก็ได้ ทาวน์เฮาส์สองชั้นชานเมืองใหญ่ ทรงซอมซ่อวางตำแหน่งตรงทางสามแพร่งพอดิบพอดี แรกเปิดให้บริการแก่กลุ่มชนที่มาเช่าอยู่นั้น ศิลปินนาม ลาฆูจุก หน้าตาและผมเผ้าคล้ายพ่อพราหมณ์ หนึ่งในเพื่อนของพวกเขา ทำหน้าที่เช่นหมอผีที่เคร่งขรึมและน่าเชื่อถือพอควร เป็นคนวางฤกษ์ เจิมบ้าน และติดกระจกหกเหลี่ยมแบบ หยิน-หยาง สะท้อนความชั่วร้ายให้ถอยห่าง เขาแปะไว้ที่เสาประตูรั้ว วางมุมส่องไปตามยาวถนนสายตรงทิศทางสามแพร่งอย่างได้องศางาม ตามคำบอกเล่าในการประกอบพิธีกรรมครานั้น พวกเขาเห็นแล้วว่าพ่อพราหมณ์วิญญาณศิลปินไม่ได้สวดมนต์อะไรเลย ท่านเพียงแค่ทำปากขมุบขมิบ พลางเอาฝ่ามือจุ่มลงในขันน้ำพลาสติกที่ขาวไปด้วยแป้งเปียกๆ พ่อพราหมณ์หรือหมอผีลาฆูจุก (ผมไม่แน่ใจ?) ทำหน้าที่เจิมบ้านให้พวกเขาแล้ว ฝ่ามือแผ่นหนาใหญ่ถูกประทับไว้ที่ประตูห้องทุกๆ บาน เครื่องหมายยันต์ศักดิ์สิทธิ์ของเค้า ดูไปช่างผิดมนุษย์มนา ก็เห็นมีแต่ฝ่ามือขาวๆ ล้วนๆ ไม่เหมือนแป้งขาวเป็นจุดด่างดวงของนักการศาสนาใด รอยฝ่ามือพราหมณ์สมมุติ เหมือนรอยมือคนป่าบรรพกาลประดับตามผนังถ้ำเปี๊ยบ! ผมนึกไม่ออกเช่นคุณนั่นล่ะ! ว่ามันจะศักดิ์สิทธิ์ที่ตรงไหน แต่นับจากวันนั้น ชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งก็ได้เข้าไปสิงสถิตโดยพร้อมเพรียงกัน ไชโย กลุ่มชนเล็กๆ ซึ่งเร่ร่อนในสังคมดนตรี ได้มีบ้านที่โคตรเอื้ออาทรอยู่ร่วมกันแล้ว ขอให้พวกเขาโชคดี ดั่งว่าพวกเขาได้ชีวิตใหม่ ในช่วงเดือนเทศกาลปีใหม่พอดิบพอดี ทั้งกลุ่มกองไม่ต้องสัญจรไปหาที่หลับนอนตามถ้ำตามป่ากันอีกแล้ว ทุกชีวิตเป็นสมาชิกของวงดนตรีเล็กๆ วงหนึ่ง มีสัญลักษณ์เป็นรูปก้างปลา ชื่อวงอะไรนั้นคุณอย่าไปสนใจเลย สักวันหนึ่งคุณจะได้รู้จักพวกก้างปลาเหล่านี้ดี ทั้งคณะ จนยาก อดอยาก ไม่ค่อยมีอะไรกิน ผอมแห้งเหมาะสมโลโก้ก้างปลาตามใจคิดจริงๆ พวกเขาสิงสถิตที่บ้านหลังนั้นได้ไม่นานก็ต้องกระเจิงกระเจิดออกไป อืม.. ไม่ได้โชคดีอย่างที่คิด แต่คุณอย่าเข้าใจผิด สาเหตุที่เหล่าคนก้างปลาไม่เลือกอยู่บ้านโคตรเอื้ออาทรหลังนั้น มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผี! นั่นเลย เรื่องของพวกเขายังไม่ถึงเวลาเล่า เรายังมีเวลาเหลือเฟือที่จะจับเข่าคุยถึง จึงปล่อยให้ความยากจนและอดอยากเข้าครอบงำอีกต่อไปเถอะ คนจนไม่เคยสูญพันธุ์ และในกลุ่มของเขาคนหนึ่งซึ่งออกแบบภาพก้างปลาก็มานั่งวาดรูปอยู่ใกล้ๆ ผมแล้ว เขาไม่สูญพันธุ์ไปไหนแน่นอน บางคราเพื่อนคนนี้ก็รำลึกถึงบ้านหลังนั้นให้ฟัง ต่อเติมส่วนที่ขาดหายให้สมประกอบ ฉะนั้น ณ วรรคนี้ผมขอเว้นพื้นที่พวกก้างปลาเอาไว้พลางก่อน กลุ่มรับช่วงต่อจากพวกวงดนตรีก้างปลา และกลายเป็นว่าต้องอยู่ร่วมกันกับผีนี่สิ ได้นำสู่ที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมด พวกนี้มีชื่อว่าวง โยฟาธ์ โยฟาธ์ ตามนิยามของหัวหน้าคณะที่ชื่อว่า หนุ่มตั้ม 01 ซึ่งชำนาญด้านการเล่นกีตาร์ แต่งเพลง และร้องนำ ให้คำจำกัดความว่า คือพวกเกิดมาซ้ำชาติ ชาติที่แล้วเป็นเช่นไร ชาตินี้ก็เป็นเช่นนั้น ชาตินี้คุณเห็นพวกเขาเป็นนักดนตรี สรุปว่าชาติที่แล้วๆ มา พวกเขาก็เป็นนักดนตรี ตะลอนแบกเครื่องดนตรี สร้างสรรค์งานเพลงไปเรื่อยๆ หนุ่มตั้ม 01 บอกผมว่า รากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า YOFARTH เข้าไปอยู่บ้านโคตรเอื้ออาทรหลังนั้นแทนพื้นที่พวกก้างปลา แค่เวลาไม่ครบขวบเดือน นักดนตรีที่กลับชาติมาเกิดทั้งกลุ่มก็เจอของดีเข้าอย่างจัง!! ความจริงเด็กหนุ่มกลุ่มโยฟาธ์นิยมไว้ผมยาว ยาวๆ ยุ่งๆ เป็นฮิปปี้ยุคใหม่ ยิ่งพิศยลโฉมในที่มืด คุณจะเห็นภาพลักษณ์ภายนอกว่าเป็นฮิปปี้ที่น่ากลัวจนขนหัวลุกเชียวล่ะ! น่ากลัวเหมือนผียังไงยังงั้น ด้วยกายผอมเพราะอดอยาก ทำให้ทรงผมฟองฟู่ดูไม่สมดุลกับสรีระหนุ่ม ยิ่งเจ้า ชายติ มือเบสผู้เชี่ยวชาญวัยยี่สิบเอ็ดปี ที่กินแต่บะหมี่กับน้ำก๊อกนั่น คุณจะยิ่งสมเพชเป็นการใหญ่ ส่วนเจ้ามือกลองหัวฟูชื่อ หนุ่มตั้ม 02 (ชื่อเดียวกับมือกีตาร์หัวหน้าคณะ ผมเลยต้องใส่รหัสเอาไว้ ตามหมายเลขมนุษย์ยุค ไฮ-เทค 01-02) ยิ่งดูคล้ายคนป่าซาไกแถวเทือกภู บูโด แดนทักษิณสุดประเทศ เขาคงหลุดออกมาจากป่าดิบชื้นได้ไม่นาน คุณจะเห็นพวกเขาทั้งสามเป็นฮิปปี้ ฮิปปี้ยุคใหม่ที่เห็นผี! ฮิปปี้ถูกผีหลอก บ้านหลังนั้นมีเถาวัลย์ร้อยระย้า ย้อยลงมาเกือบถึงจานข้าว มันคงนึกอยากร่วมซดน้ำบะหมี่ พวกนักดนตรีฮิปปี้เลยจับปลายยาวๆ ของมันมัดม้วนเอาไว้ เถาวัลย์ยังดื้อปีนเลื้อยรกห้อยอยู่ตามหน้าต่างและหลังคา ปล่อยให้มันอยู่อย่างนั้น พวกเขาคร้านราวี รกรุงรังได้ก็ให้มันเลื้อยรุงรังไป ต่างร่วมอยู่อย่างสันติในถิ่นสถานแถบชานเมือง พวกเขาคงคิดถึงบ้านป่าที่จากมา จึงเพาะกล้าไม้ป่าพันธุ์สวยให้เห็นพอแลงาม ขอรักษาไว้เพียงต้นเดียวเท่านั้น หากอนุบาลในปริมาณมากเกินไปก็ไร้ปัญญาเลี้ยง เก็บเวลาไว้ทำงานเพลงดีกว่า ที่บ้านหลังนั้น มีนางฟ้าหนึ่งนั่งกลางใจคนหนุ่ม คุณจะเห็นพวกเขาเหม่อมองเธอ สาวน้อยตุ๊กตาปูนพลาสเตอร์ เธอนั่งกอดเข่าใต้พันธุ์ไม้ป่า สวมชุดสีแดงบางเบา เหงาหรือเศร้า-พวกเขาอยากร่วมรับรู้ สัมผัสใจว่าเธอแหงนมองฟ้า เห็นจันทร์เต็มดวง ดาวอังคารสีแดงสุกปลั่ง ดาวเหนือเด่นประกายที่ปลายฟ้าเหนือ บางคราเธอเห็นดาวเทียมลอยผ่านฟ้า ในห้วงเวลานั้น คนเศร้าเช่นพวกเขาก็ได้สบตาเธอ เธอนั่งนิ่งใจลอยอยู่ริมหน้าต่าง ณ ที่ใดที่หนึ่งซึ่งไกลแสนไกลในห้วงคิด พวกเขาอยากปลอบใจนางฟ้า หยุดเถอะ! ที่รัก อย่าร้องไห้เลย ให้ความเศร้าเป็นส่วนหนึ่งในใจลึกของพวกเขาเพียงลำพัง เธอไม่ควรแบกโลกบุโรทั่งนี่ไว้ เก็บโลกนี้ให้เป็นที่เดินเล่นของเธอและเพื่อนมนุษย์ดีกว่า แต่.. สาวน้อยตุ๊กตาปูนพลาสเตอร์ โลกของเธอช่างเหงาเงียบงัน เช่นเดียวกับโลกแห่งอารมณ์ของนักเพลง ณ โลกเงียบที่บ้านป่าของคนเพลง พวกเขาเอาเครื่องดนตรีไปฝึกตามภูเขา ริมธารน้ำ หรือขนำริมทุ่ง ที่นั่นอุดมไพร ไร้เทคโนโลยีล้ำยุค มีเสียงนก หริ่งเรไร และเพรียกไพรพฤกษ์เป็นดนตรีแจม คนเพลงมีเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์มากมาย เป็นชนกลุ่มน้อยคล้ายพวกเขา จำศีลอยู่ตามป่าเขา โพรงถ้ำ และขนำนา อยู่ท่ามแสงขี้ไต้ ตะเกียง หรือพลังเทียน พวกนั้นเป็นมนุษย์ฮิปปี้เล็กๆ กลุ่มหนึ่ง สุมหัวกันอยู่เหมือนพวกเขา ชนกลุ่มน้อยซึ่งเป็นคนจนที่ไม่เคยสูญพันธุ์ คนพวกนั้นยังคงแจมเพลงกันอยู่ บัดนี้พวกเขาจากบ้านแม่มานานแสนนานจนลืมวันเดือนปี ความอดอยากปากแห้งตามวิถีคนเต้นกินรำกินในประเทศนี้ ทำให้พวกเขาคิดถึงบ้าน แต่ทำไงได้ หลังชนฝาซะแล้ว ต้องอยู่ในบ้านของใครก็ไม่รู้ สร้างงาน แต่งเพลง ทำเพลงซึ่งพร่ำเพรียกอยู่ภายใน พวกเขาเลือกอยู่ไม่ได้ ยิ่งเลือกเกิดยิ่งเลือกไม่ได้ใหญ่ ไม่มีเงินจึงไม่มีปัญญาได้เรียนดนตรีชั้นดีในสถาบันชั้นนำ อย่างดีก็มีพี่ๆ นักดนตรีฮิปปี้พันธุ์ประหลาดเข้ามาชี้แนะแนวทาง พวกเขาทำงาน-ทำเพลง บันทึกเสียงในบ้านหลังนั้นตั้งแต่ค่ำจรดเช้า โดยมี ไอ้บ่าวนั่น คอยจ้องแจมอย่างเมามันส์ ว่างๆ ไอ้บ่าวนั่นสนุกเพลินจนพาลให้เกิดอาการเสียวสันหลัง ขนหัวลุกกระทั่งต้องกระโดดออกจากบ้านไปพึ่งใบบุญถ้ำฮิปปี้รุ่นพี่ ขอที่ซุกหัวนอน ...ไอ้บ่าวนั่นมันดุเหลือเกิน ชักจะอาระวาดใหญ่แล้ว น่าเตะชะมัด เมื่อคืนพอผมเริ่มทำเพลง มันก็มาเคาะประตูบ้าน พอเปิดดู มันก็ไปเปิดอีกบาน ผมตามไปปิด มันก็แกล้งเปิดอีกบานหนึ่ง มองไม่เห็นตัว แต่ดันทำเสียงโครมครามลั่น โอย..ไม่ไหว ผมปิดสวิทซ์คอมฯ แล้วกระโดดเลย... เจ้าชายติ เล่าให้ฟังด้วยเสียงหอบ ขนแขนลุกซู่ ขณะฮิปปี้หนุ่มรุ่นพี่นอนขำคิกอยู่บนเตียงนุ่ม ไอ้บ่าวนั่นเป็นใครรึ? คุณสงสัย คุณกลัว คุณอยากถาม? ขอโทษ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จากคำให้การของหนุ่มตั้มมือกีตาร์ บอกว่า ขณะตีสามของค่ำคืนหนึ่ง เขาเห็นไอ้บ่าวนั่นวิ่งตึงๆ ลงมาจากบันไดภายในบ้าน นั่งยองๆ ที่พื้นหน้าประตู ใกล้จุดวางกีตาร์คู่ชีพของพวกเกิดมาซ้ำชาติ หนุ่มน้อยนักดนตรีฮิปปี้เห็นไอ้บ่าวนั่นกระจะตา ท่ามความมืด เขาพิศดวงหน้าไอ้บ่าวนั่น ช่างแก่เหี่ยว สัมผัสว่าหมอเป็นผีที่ไว้ผมทรงบ็อบ ใส่เสื้อม่อฮ่อม หมอนั่งในมุมมืด ส่งยิ้มยียวนแล้วสบตาแวววับกับหนุ่มตั้ม 01 นักดนตรีรุ่นพี่ที่อยู่ในเหตุการณ์เห็นหนุ่มน้อยฮิปปี้ตาเหลือกถลน เอาอีกแล้วสิ! ฮิปปี้รุ่นพี่คิดในใจ ไอ้บ่าวนั่นคงอยากร่วมวงแจมอีกกระมัง รึผีคลั่งไคล้บทเพลง อยากรวมกลุ่มเป็นศิลปินผีฮิปปี้ ขณะมองไปตรงจุดพบทางสายตาของเด็กหนุ่มฮิปปี้ นักดนตรีรุ่นพี่กลับมองไม่เห็นอะไรเลย ไม่มีใครสัมผัสร้อยยิ้มยิงฟันขาวของไอ้บ่าวนั่น ไม่มีสิ่งใดเป็นเงามืดที่ส่อเค้าแววร่างอมนุษย์ ฮิปปี้รุ่นพี่มองไม่เห็นผี ยกเว้นฮิปปี้โยฟาธ์ คุณกลัวหรือ ? คุณไม่อยากร่วมรับรู้เรื่องราวเหล่านี้อีกต่อไปใช่ไหม ? อย่ากลัวไปเลยคนดี เราอยู่ร่วมกันกับเขาได้ พี่ชายฮิปปี้เคยพูดว่า บางคราเรากราบบูชาผีดีกว่าไหว้คนบางคน ให้ผีเดินไปตามทางสามแพร่งของผี ขณะคนเดินไปตามวิถีคน บนโลกใบนี้ยังมีอะไรลี้ลับมากมาย เกินกว่าเครือข่ายเทคโนโลยีหยั่งถึง ณ วันนี้ คุณได้สัมผัสเรื่องผี ฟังเพลงของผี เห็นภาพของผี แม้ไม่จำเริญตา แต่ว่าสักวันหนึ่งเราต้องได้เป็นเหมือนเขา ให้เราทำความดีขณะเดินเล่นบนโลกนี้ เพื่อโลกหน้าจักได้ไปสู่ทางสามแพร่งแห่งสวรรค์ เมื่อถึงเวลานั้น โปรดอย่าร้องไห้เลย เสียงนั่นจะเศร้าเกินไป จะกลายเป็นเสียงจากอีกมิติหนึ่ง บางทีตัวโน้ตปีศาจ(Ghost Note)ซึ่งลอยวนในโสตสัมผัสคุณ ณ ขณะนี้ อาจมีเสียงไอ้บ่าวนั่นร่วมร้องร่ำ คุณยินไหม? นั่นเป็นเสียงเศร้า ไม่มีใครอยากเป็นเช่นนั้น แต่เขาคงอยากกลับชาติมาเกิดอีกครา ปล่อยเขาเถอะ ให้เขาได้เกิด แม้จักเกิดที่ทางสามแพร่งแห่งบ้านผีสิง ปล่อยเขา ให้เขากลับมาเพื่อมีชีวิตใหม่ กลับชาติมาเกิดในบ้านผีสิง Yofarth in the Ghost House
ผมอยากจะบอกให้คุณรู้ว่า ผมเขียนเรื่องของพวกใหญ่ๆ ไม่ได้ มันกระทบกระเทือนต่อองค์กรเขาเกินไป อาจทำให้ผลประโยชน์เสียหาย กำไรหด หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมไม่อยากคิด มันเป็นเรื่องของพวกใหญ่! ผมจึงต้องเขียนถึงแต่เรื่องของพวกเด็ก! ถึงคนเล็กๆ ที่มีชีวิตจริงในแผ่นดินนี้ เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยที่สุดในสังคมใหญ่ ซึ่งใครต่อใครมองว่า ไม่เห็นมันทำอะไร ? แต่ละวัน เล่นแต่ดนตรี ไม่คิดหลับนอน! มันเล่นดนตรี เล่นเพลงอะไรก็ไม่รู้... ไม่เห็นจะรู้เรื่อง... ลองเสพเพลงของมันดูสิ! ต่างต้องเจอเรื่องราวมากมาย บนโลกผุ ๆ ใบนี้ ต่างก็มีฝันกันทุกคน ใช่ไหม หากฝันนั้นยิ่งดู ยิ่งไกล เกินจะก้าวไป อย่าเพิ่งท้อ อย่าเพิ่งหมดหวัง นะเธอ เพราะว่าเธอ ยังต้องเจอ เรื่องราวอีกมากมาย เพราะว่าเธอ ยังต้องเจอ กับใครต่อใครหลายคน เก็บเอาวันเวลาที่เหลืออยู่ ไว้ให้ใครดีกว่า จะมัวเสียน้ำตาอยู่ทำไม ทำไม? หากว่าคน คนหนึ่งซึ่งเธอ เธอรักเขามากมาย สุดท้ายก็ยังต้องไป ไม่ต้องเสียใจ หยุด! อย่าร้องไห้เลย กับสิ่งที่เธอเสียไป อย่างน้อยได้รู้หัวใจ ของคนที่เธอรักมาแสนนาน หยุด! อย่าเสียน้ำตา กับสิ่งที่ทำหายไป อย่างน้อยได้รู้หัวใจ ของคนที่เธอรอมาแสนนาน* เสียงเพลงของมันดัง ขณะพวกมันส์..นั่งล้อมวงกินข้าว มันเป็นอยู่เหมือนผมเลย คือกินข้าวเช้ากันตอนสิบแปดนาฬิกา ตามเวลาราชการเปี๊ยบ! พวกมันส์..กินคล้ายๆ กับพระ คือ กินอยู่วันละมื้อ! แต่ละมื้อ ได้เงินใช้ซื้อกินจากการเล่นดนตรี มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารหลัก มื้อไหนได้กินกับข้าวอร่อยที่ซื้อมาฝากโดยเพื่อนฝูงน้องพี่ หรือพี่สาว - พี่ชายใจดีข้างบ้าน พวกมันส์..จะนั่งยองๆ จนหัวแทบชนกัน หลังกินเสร็จ ต่างพูดตบท้ายว่า ...หรอยเกิน เผ็ดหูจี้ ...ได้แรงอก!! เห็นลูกตอแล้วคิดถึงบ้านแปลบ... อ้อ ต้องขอโทษครับ ส่วนมากแล้วพวกมันส์..! เป็นคนของทักษิณ เลยพูดสำเนียงถิ่นใต้ พวกมันส์..ชอบซ้อมดนตรี ซ้อมกันเสียงดัง มันกลัวหนวกหูชาวบ้าน เลยต้องปิดหน้าต่าง ปิดประตู ไม่ให้เสียงดังรบกวนผู้คน พวกมันส์..อยู่กันอุดอู้ ลมถ่ายเทไม่สะดวก มีกันสามคน สร้างพัดลมตัวเดียว มันร้อน มันเลยต้องถอดเสื้อซ้อมดนตรี พวกมันส์..ไม่ค่อยได้อาบน้ำ เพราะไม่ค่อยมีน้ำให้อาบ หรือไม่มีเวลาอาบน้ำ ต้องให้น้ำเหงื่ออาบแทน วันนี้ผมกับพวกมันส์..ซ้อมดนตรี เตรียมตัวไปเล่นกันที่ร้าน เพลงประชาชน ผมกับพวกมันส์..ชอบแต่งเพลงที่พูดถึงเรื่องประชาชน ถึงความรักของประชาชน ทำงานทางดนตรีให้ประชาชนได้ฟัง แต่งเพลงไว้เยอะแยะ อยากเล่นให้ประชาชนปรบมือชม แต่ส่วนมาก เป็นการแสดงดนตรีฟรีๆ พวกมันส์..และผมไม่ค่อยได้เงินเป็นหลักเป็นฐาน มันบ้า! มันไม่คิดถึงเรื่องเงินกันแล้ว เห็นควรให้พวกมันส์..ต้องไม่มีเงิน เพราะมันไม่มีงาน และอย่าลืม งานของพวกมันส์..เป็นแค่งานเล่นๆ เท่านั้น โธ่.. เล่นดนตรี... ไม่เห็นมีอะไรสะสม ช่างมันส์และผมเหอะ! แต่มันก็ดีใจที่ได้เล่น! เห็นมีอารมณ์เด็ก มันอยากเล่นดนตรี เป็นอาชีพเล่นๆ ชื่อว่า เล่น! คล้ายเล่นการเมือง พวกนักเล่นการเมืองเขาสนับสนุนการเล่นดนตรี เขาตั้งหน่วยงานต่างๆ ระดับชาติขึ้นมาเพื่อจัดการ! เยาวชนของชาติ โดยเฉพาะกระทรวงที่จัดการ! ทางการศึกษานั้น ระบุให้มีวิชาดนตรีในชั้นประถมฯ และมัธยมศึกษา ระดับ ม.๑ ถึง ม.๓ นั้น มีเวลาให้เรียนตั้งหนึ่งคาบต่อสัปดาห์ คาบละห้าสิบนาที ในวินาทีที่มากมายก่ายกองนั้นก็เต็มด้วยความรู้ต่างๆ อีกเยอะแยะ เช่น นาฏศิลป์ ดนตรีสากล ดนตรีไทย รวมทั้งวิชาศิลปศึกษา วาดรูป ปั้นดินเหนียว แกะสลัก ระบายสี โอย.. เยอะ! จนเด็กๆ แถวทักษิณชอบคุยว่า ขะลักขะลุย อันหมายถึง เยอะจังเลย... มากเหลือเกิน... อูย.. พวกมันส์..ชอบความขะลักขะลุยนั้นจริงๆ ครับท่านนักจัดการ! การศึกษาที่เคารพ พวกมันส์..จึงขอขอบคุณมันสมองอันยังประโยชน์เยอะแยะ พวกนักจัดการ! การศึกษายังให้ชื่อวิชาสำคัญต่อชีวิตนั้นว่า ศิลปะกับชีวิต พวกท่านช่างมีอนุภาคความคิดที่แสนไกล ในหนึ่งคาบเรียนของวิชาศิลปะกับชีวิต พวกมันส์..จึงได้เรียนรู้เป็นพหูสูต นับเป็นการจัดการ! การศึกษาได้มาตรฐานที่สุดในโลก!! เหมือนกิจกรรมที่สุดในโลกทั้งหลายที่มีเยอะแยะในประเทศนี้ เช่น เสาธงใหญ่ที่สุดในโลก ไส้กรอกยาวที่สุดในโลก ...ที่สุดในโลกเป็นต้น! พวกมันส์..! ฝากบอก ขอบคุณๆๆ!!! พวกมันส์..! คนหนึ่งชอบดนตรีมาก แต่เรียนไม่จบ ม.๓ มันยังเด็ก ตัวมันผอม หนังสักรูปสักลายมองไปคล้ายตุ๊กแก ไว้ผมยาวทรงฟั้นเชือก เหมือนนักดนตรีฝรั่งคนหนึ่งที่เสพยาเสพย์ติดเปี๊ยบ! (ตามประวัติ - หมอนั่นตายไปแล้ว... ข่าวว่ามีสาวกมากมาย และกลายเป็นศาสดาขบถ!!) ฝีมือด้านดนตรีของเด็กหนังลายอยู่ในระดับดี สมควรให้เกรดสี่ มันมีสัมมาคารวะ มันบอกผมว่า ที่เรียนไม่จบ ม.๓ เพราะกีตาร์นี่ล่ะ! มันเอาไปโรงเรียน แต่ครูที่โรงเรียนมัน ไม่ให้นำเข้าไปในโรงเรียน กลัวกระทบกระเทือนต่อการเรียนอะไรก็ไม่รู้? น่าปวดหัว! แต่มันเป็นขบถ ชอบเรียนไปด้วย เล่นไปด้วย มันจะเล่นแต่กีตาร์ จึงแอบเอากีตาร์โปร่งกระจอกๆ ไปฝากไว้ที่บ้านชาวบ้านธรรมดาๆ ใกล้โรงเรียน มีโอกาสเหมาะเมื่อไหร่ ? มันจะต้องหนีเรียน มีพฤติกรรมมุดรั้วโรงเรียนไปเล่นกีตาร์ ผลสรุปออกมาว่า มันเรียนไม่จบ ม.๓ ช่วยสมน้ำหน้ามันเถอะ! มิฉะนั้นพวกมันส์..! คงไม่มีโอกาสมาอดอยากปากแห้ง ทนทำเพลงให้ได้ฟังกันอย่างนี้หรอก ขอโทษ ที่ผมจำต้องใช้สรรพนามกับพวกมันส์..! ว่า มัน นั้น เพราะพวกมันส์..! เป็นแค่ลูกชาวบ้านธรรมดา เติบโตในชนบท มีชีวิตพันผูกกับท้องนา คือคนระดับรากหญ้า แต่ไม่ว่าจะพลัดถิ่นอยู่ในดินใด พวกมันส์..ก็แสดงตัว ถือเป็นพวกเดียวกัน เป็น มันนิ ตามภาษาซาไก บรรพบุรุษของพวกมันส์.. ฉะนั้น ภาษามันส์.. จึงเหมาะสมกับศัพท์รากหญ้าเฉพาะกลุ่มมันส์..! เช่นนี้ และต้องขอโทษอีกทีเถิด ผมจำต้องเขียนคำซ้ำๆ ง่ายๆ เหมือนให้เด็กอ่านอยู่อย่างนี้ ก็เพราะมันส์นิ..!!! หากเขียนให้อ่านยาก เป็นภาษาวิชาการ ผมกลัวพวกมันส์..!จะเข้าใจยาก เพราะการศึกษาของมันน้อย มันถูกจัดการ! การศึกษาไปเรียบร้อยแล้ว มันจึงไม่ค่อยได้อ่านเขียนตำราภาษาอื่นกันมากนัก เพลงที่คุณเสพตั้งแต่ต้นนั้น อย่าไปสนใจเลย เพราะแต่งโดยคนเรียนไม่จบชั้น ม.๓ เช่นมัน! อดีตเด็กหนีเรียน มีชื่อตามระเบียนฝ่ายปกครองว่า ด.ช.ประวิทย์ ชุมจันทร์ หรือที่ น้อง-พี่ นักดนตรีของพวกมันส์..! เรียกว่า เจ้าติ นี่คือชื่อมือเบสดาวรุ่งที่ไม่ได้เรียนดนตรี เบสห้าสายเล่นด้วยน้ำเสียงทุ่ม หนัก แน่น รวดเร็วเหมือนเด็กซน คืออัจฉริยภาพของคนเกเรมุดรั้วโรงเรียน เป็นภาพแทนความภูมิใจในกลุ่มเด็กดื้อไร้โอกาส สมาชิกหนึ่งแห่งวง โยฟาธ์ นักดนตรีสนับสนุนศิลปินคนเดินดิน อารักษ์ อาภากาศ เพลงนั้น เพลงที่คอยให้กำลังใจคุณยามโดดเดี่ยว ท้อแท้ สิ้นหวัง ร้องไห้.. เจ้าติแต่งไว้ขณะมีผมอยู่ใกล้ในค่ำหนึ่งกลางฤดูฝน แต่ช่างเถอะ! คุณไม่ควรไปใส่ใจ ตอนนี้พวกมันส์และผมไม่ได้ไปเล่นดนตรีกันแล้วล่ะ! ทางร้านเพลงประชาชนเขาโทรศัพท์มาบอกว่า เสียงเพลงที่พวกเราเคยนำไปเล่นกันนั้น มันส์ดัง!!! ชาวบ้านเขาจะหลับจะนอน พวกเขาไม่มีรูหูมาตั้งใจฟังเพลงของใครหรอก พวกมันส์เซ็ง! ผมก็เซ็ง!! เลยนอนกองเรี่ยราดอยู่กับพื้นใกล้ๆ กัน หลังจากวันนี้ไป ผมกับพวกมันส์..! ก็ไม่มีเงินใช้จ่ายกันอีกเหมือนเดิม แต่ยังโชคดี พอมีเพื่อนนักดนตรีเหลือลมหายใจอยู่ พวกเขาตกงานบ้าง ได้งานบ้าง สลับเข้าออกระหว่างการตกงานทำกับมีงานทำอยู่เรื่อยๆ เมื่อมีเงินจึงแวะเวียนมาในเวลาดึกๆ ดื่นๆ มาหาแบบมืดๆ เมาๆ ผมยาวๆ ยุ่งๆ เหมือนผี!! พวกเขาซื้อขนมหวานกับน้ำดื่มติดไม้ติดมือมาฝาก ได้รวมกองกินกัน หรอย หรือ หรอยเกิน คือคำพูดติดปาก แทนคำภาษาหลักวิชาการว่า อร่อยจังเลย... พวกมันส์..ยังนอนกองกันอยู่ บทเรียนชีวิตของนักดนตรีรุ่นพี่สอนไว้ว่า ถ้าหิวจนท้องร้อง ต้องเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด จงนอนเก็บแรงไว้นอน เพื่อเอาแรงไว้นอนกันต่อไป... พวกมันส์..! คือคนกลุ่มน้อย คงมีเหลืออยู่ไม่มากนัก มันต้องคอยช่วยเหลือกัน รักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง ถ้ามันคนใดคนหนึ่งใกล้บ้า! มันอีกคนจะคอยช่วยเหลือดูแลอยู่ใกล้ ๆ เขียนถึงเรื่องพวกมันส์.. ผมปวดหัว คิดมาก นอนไม่หลับ ต้องกินยานอนหลับ แล้วปิดสมอง ............................................. ............................................. ก่อนสติวูบสู่มิติฝัน ผมได้ยินเสียงใครคนหนึ่งคุดคู้อยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกัน ขณะนี้ พวกมันส์..! กำลังดูแลผม หรือผมคอยช่วยเหลือพวกมันส์..! ใครกันคือผู้ต้องการคนอยู่ใกล้ ใครใกล้บ้า! ใครดูแลใคร..? ใคร...? ............................................................................................................................................... * เพลง หยุด.. อย่าร้องไห้เลย ผลงานวง โยฟาธ์ ยา คุรุครรชิต - ขับร้อง, ประวิทย์ ชุมจันทร์ ประพันธ์ เผยแพร่ครั้งแรก RESOUND MAGAZINE เดือน มกราคม 2547
เจ้าติ ประวิทย์ ชุมจันทร์ มือเบส นักร้อง นักแต่งเพลงหนุ่ม วงโยฟาธ์
YOFARTH จากซ้าย พันธมิตร หนูแสน ตำแหน่ง Drums ยา คุรุครรชิต ตำแหน่ง Guitar, Lead Vocal, Programer ประวิทย์ ชุมจันทร์ ตำแหน่ง Bass Guitar